เครื่องมือนี้ใช้ทำอะไร. แผงความร้อน RSI คือการเอา RSI 14 ของเหรียญหลักแปดตัวมาวางเรียงกันในจอเดียว คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขของเหรียญใดเหรียญหนึ่ง แต่อยู่ที่การเห็นความต่างระหว่างเหรียญพร้อมกัน ว่าเงินกำลังกองอยู่ตรงไหนของตลาด ค่าที่ใช้เป็นสูตรถัวเฉลี่ยแบบ Wilder ปี 1978 ตัวเลขจึงตรงกับที่อ่านได้บนกราฟทั่วไป
ดูรูปแบบทั้งแผง ไม่ใช่ดูตัวเลขทีละใบ
ถ้าบิตคอยน์อยู่ราว 70 แต่ ETH ขึ้นไป 80 และ SOL ไป 90 นั่นไม่ใช่สัญญาณว่าบิตคอยน์ร้อน มันคือสัญญาณว่าเงินไหลออกไปหาเหรียญปลายทางแล้ว กลับกันถ้าบิตคอยน์ลงไป 30 ขณะที่ ETH ยัง 50 และ SOL ยัง 60 แปลว่าตัวใหญ่ลงมาถึงเขตขายมากเกินก่อนใคร โอกาสเด้งจะอยู่ที่ตัวใหญ่ก่อน ส่วนกรณีที่ทุกใบกองอยู่แถว 60 ถึง 65 เหมือนกันหมด นั่นคือตลาดออกข้าง เปิดฝั่งไหนก็ไม่มีความได้เปรียบ รอให้มีอะไรหลุดกรอบก่อนดีกว่า
ช่วงที่เห็นภาพนี้ชัดที่สุดคือ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2024 สี่สิบห้าวันนั้นบิตคอยน์ขึ้นจาก 69,300 เป็น 104,200 ดอลลาร์ คิดเป็น 50.32% ETH ขึ้นจาก 2,511 เป็น 3,959 ดอลลาร์ คิดเป็น 57.64% และ SOL ขึ้นจาก 166 เป็น 224 ดอลลาร์ คิดเป็น 35.02% สิ่งที่แผงแบบนี้จับได้คือหลังวันที่ 15 พฤศจิกายน ETH กับ SOL ทยอยเข้าเขตเกิน 70 ขณะที่บิตคอยน์ยังยืนแถว 60 ถึง 68 คือแรงแต่ยังไม่ร้อน นั่นคือหน้าตาของเงินที่ล้นจากตัวใหญ่ไปหาตัวรอง ซึ่งดูจากกราฟบิตคอยน์ตัวเดียวไม่มีทางเห็น
สำหรับคนที่ซื้อขายบนกระดานไทย มีสองข้อที่ต้องปรับ ข้อแรกคู่เงินบาทหลายคู่สภาพคล่องบางกว่าคู่ดอลลาร์มาก RSI ที่คำนวณจากคู่บางจะเด้งไปแตะ 80 ได้จากออร์เดอร์ก้อนเดียว ให้ใช้คู่ที่ปริมาณซื้อขายหนาเป็นตัวอ่านสัญญาณ แล้วค่อยไปทำรายการบนกระดานที่คุณใช้อยู่ ข้อสองแผงมาตรฐานมีแต่เหรียญหลัก ถ้าพอร์ตคุณหนักไปทางเหรียญที่ลิสต์เฉพาะในไทย แผงนี้จะเงียบสนิทในวันที่พอร์ตคุณเคลื่อนไหวแรงที่สุด
เลือกไทม์เฟรมให้ตรงกับสิ่งที่จะตัดสินใจ
RSI ราย 15 นาทีกับราย 1 ชั่วโมงวิ่งจาก 30 ไป 70 ได้หลายรอบต่อวัน แทบไม่มีข้อมูลอยู่ในนั้น ราย 4 ชั่วโมงคือจุดที่พอมีความหมายสำหรับคนเทรดเป็นรอบ รายวันใช้ตัดสินใจระดับกลาง และรายสัปดาห์ใช้ตัดสินใจว่าจะถือน้ำหนักเท่าไรในพอร์ต เกณฑ์คร่าว ๆ คืออย่าใช้ไทม์เฟรมที่สั้นกว่าระยะเวลาที่คุณตั้งใจจะถือ
| หน้าตาของแผง | ความหมาย | ปฏิกิริยาที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| เหรียญรองร้อนกว่าตัวใหญ่ | เงินไหลไปปลายทางแล้ว | ทยอยลดน้ำหนักเหรียญรอง |
| ตัวใหญ่เย็นก่อนตัวรอง | ตัวใหญ่ลงมาถึงเขตขายมากเกินก่อน | ถ้าจะเข้า เข้าตัวใหญ่ก่อน |
| ทุกใบกองอยู่แถวกลาง | ตลาดออกข้าง ไม่มีความได้เปรียบ | รอ ไม่ต้องหาเรื่องเปิดไม้ |
จดค่าทั้งแปดใบไว้ตอนนี้ แล้วเปิดดูอีกทีในอีกเจ็ดวันโดยไม่ดูกราฟราคา ลองเดาจากตัวเลขอย่างเดียวว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินไหลไปทางไหน แล้วค่อยเปิดกราฟเช็ค นี่คือวิธีฝึกอ่านแผงที่เร็วที่สุด
กับดักที่มากับแผงแบบนี้
กับดักใหญ่ที่สุดคือเห็นใบที่ร้อนที่สุดแล้วอยากกดตาม ทั้งที่ค่าสูงแปลว่าราคาวิ่งไปแล้ว ไม่ได้แปลว่ามันจะวิ่งต่อ อีกข้อคือการเอาเลข 70 กับ 30 มาใช้เป็นปุ่มซื้อขายตรง ๆ ในเทรนด์ที่แรงจริง RSI ค้างเหนือ 70 ได้เป็นสัปดาห์ และคนที่ช็อตสวนเพราะ "มันเกิน 70 แล้ว" คือคนที่จ่ายค่าเทรนด์ให้คนอื่น สัญญาณที่มีน้ำหนักกว่าคือเมื่อหลายเหรียญขึ้นไปเกิน 75 พร้อมกัน เพราะนั่นคือความร้อนของเงินทั้งระบบ ไม่ใช่ข่าวเฉพาะตัวของเหรียญเดียว และสุดท้าย RSI ไม่รู้จักข่าว วันที่มีประกาศจากหน่วยงานกำกับหรือมีเหตุกับแพลตฟอร์ม ตัวเลขบนแผงจะยังสวยอยู่จนกระทั่งราคาลงไปแล้ว
รับส่วนลดค่าธรรมเนียมสูงสุด 20%* ด้วยรหัส BN16188 การให้บริการของ Binance และผลิตภัณฑ์แต่ละแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่ CoinView อาจได้รับค่าตอบแทน affiliate และหน้านี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ Binance
แปลงความร้อนของแผงเป็นขนาดไม้
แผงด้านบนดึงแท่งเทียนของแปดเหรียญหลักจาก Binance มาคำนวณ RSI 14 คาบพร้อมกัน แล้วสรุปให้เห็นในบรรทัดเดียวว่ามีกี่เหรียญร้อน กี่เหรียญเย็น และค่าเฉลี่ยอยู่ตรงไหน แต่ข้อสรุปจากแผงควรลงเอยที่ตัวเลขขนาดไม้ ไม่ใช่ที่ความรู้สึกว่าตลาดกำลังมา วันที่ทั้งแผงร้อนพร้อมกันคือวันที่ควรลดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ลง เพราะการเหวี่ยงกลับจะแรงและมาพร้อมกันทุกเหรียญ วันที่ทั้งแผงเย็นและเงียบคือวันที่ระยะ stop ควรกว้างขึ้นตามความผันผวนที่หดลง ซึ่งแปลว่าขนาดไม้จะเล็กลงโดยอัตโนมัติ ถ้าจะแปลงเป็นจำนวนเงินจริงให้ไปต่อที่ เครื่องคำนวณขนาดไม้
หมายเหตุความเสี่ยง. สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและไม่เหมาะกับทุกคน เนื้อหานี้เป็นบทวิเคราะห์เชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน
