เครื่องมือนี้ใช้ทำอะไร. มันตอบคำถามเดียวคือ ไม้นี้จะถูกระบบบังคับปิดที่ราคาเท่าไร โดยคิดจากราคาเข้า ฝั่งที่เปิด เลเวอเรจ อัตราเงินประกันรักษาสภาพ และค่าธรรมเนียมสองขา ตัวเลขนี้สำคัญกว่าจุด stop ที่คุณตั้งใจไว้ เพราะ stop คือความตั้งใจของคุณ ส่วนราคาบังคับปิดคือสิ่งที่กระดานจะทำกับคุณไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่
ใช้ตัวเลขนี้เป็นเพดาน ไม่ใช่เป็นแผน
ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยให้กระดานปิดไม้แทนคุณ เพราะการบังคับปิดทำที่ราคาตลาด และถ้าติดลบเกินเงินประกันก็อาจได้ราคาที่แย่กว่านั้นอีก ให้ตั้ง stop ไว้เหนือราคาบังคับปิดอย่างน้อย 1.5% เผื่อสลิปเพจกับไส้เทียน เช่นถ้าคำนวณได้ว่าถูกปิดที่ 59,180 ดอลลาร์ ก็ตั้ง stop ไว้แถว 60,070 ดอลลาร์ อีกวิธีใช้ที่มีค่าไม่แพ้กันคืออ่านย้อนกลับ ถ้าเข้าที่ 65,000 ดอลลาร์แล้วเครื่องบอกว่าถูกปิดที่ 64,600 คือมีที่ว่างแค่ 0.6% นั่นไม่ใช่ไม้เทรด นั่นคือการโยนเหรียญ ให้ลดเลเวอเรจลงหนึ่งขั้นหรือเติมเงินประกันจนที่ว่างเหลืออย่างน้อย 5% ถึง 10% ตามความผันผวนของช่วงนั้น
ลองดูตัวเลขจริงจากวันที่ 5 สิงหาคม 2024 บิตคอยน์เปิดที่ 58,161 ดอลลาร์ ลงไปแตะ 49,000 ดอลลาร์ระหว่างวัน แล้วปิดที่ 54,018 ดอลลาร์ วันนั้นทั้งตลาดถูกล้างพอร์ตรวมราวหนึ่งพันเจ็ดสิบล้านดอลลาร์ เป็นฝั่งซื้อเกินแปดร้อยห้าสิบล้าน สมมติเปิดฝั่งซื้อที่ราคาเปิดของวันนั้นด้วยอัตราเงินประกันรักษาสภาพ 0.5% ที่ยี่สิบห้าเท่าจะถูกปิดแถว 55,832 ดอลลาร์ ซึ่งโดนภายในสองชั่วโมงแรก ที่สิบเท่าถูกปิดแถว 52,344 ดอลลาร์ ก็โดนเหมือนกัน ส่วนที่ห้าเท่าเส้นอยู่แถว 46,529 ดอลลาร์ ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของวันพอดี รอดแบบเฉียดฉิวโดยเหลือแต่ยอดขาดทุนบนหน้าจอ บทเรียนคือแท่งเทียนที่ปิด ลบ 7% ไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมด ระหว่างวันมันลงไป 15.7% และเส้นบังคับปิดของคุณไม่สนใจว่าแท่งจะปิดตรงไหน
เรื่องที่คนเทรดจากไทยต้องคิดเพิ่มคือการเติมเงินประกันกลางทางแทบเป็นไปไม่ได้จริง เงินที่จะเติมต้องอยู่ในกระดานนั้นอยู่แล้ว ถ้ามันยังเป็นเงินบาทอยู่ในบัญชีธนาคาร กว่าจะแลกและโอนข้ามไปถึงก็เป็นชั่วโมงหรือข้ามวัน ซึ่งวันแบบ 5 สิงหาคมจบไปตั้งนานแล้ว ให้คิดตั้งแต่ตอนเปิดไม้ว่าจะไม่มีใครมาช่วยเติม แล้วตั้งเลเวอเรจจากสมมติฐานนั้น
ตัวเลขที่โมเดลนี้ไม่รู้จัก
นี่เป็นโมเดลอย่างง่ายที่คิดเงินประกันรักษาสภาพกับค่าธรรมเนียมสองขาให้ แต่ไม่ได้คิดขั้นบันไดของเงินประกันตามขนาดสถานะ ไม่ได้คิดกองทุนประกัน และไม่ได้สะสมค่า funding ที่จ่ายไประหว่างถือ ในโลกจริงราคาบังคับปิดจึงเพี้ยนไปได้ราว 0.2% ถึง 1% ให้เผื่อไว้เสมอ และยึดตัวเลขบนหน้าจอเปิดออร์เดอร์ของกระดานเป็นคำตอบสุดท้าย จุดที่พลาดกันบ่อยคือขนาดสถานะใหญ่จะถูกจัดชั้นให้ใช้อัตราเงินประกันสูงขึ้น เส้นบังคับปิดจึงขยับเข้าใกล้ราคาเข้ามากกว่าที่คำนวณไว้ และการถือยาวโดยจ่าย funding ทุกวันก็ค่อย ๆ ดึงเส้นนั้นเข้ามาหาคุณเหมือนกัน
| เลเวอเรจ | ระยะถึงเส้นบังคับปิด | ผลในวันที่ 5 สิงหาคม 2024 |
|---|---|---|
| 25 เท่า | ราว 4% ใต้ราคาเข้า | ถูกปิดในสองชั่วโมงแรก |
| 10 เท่า | ราว 10% ใต้ราคาเข้า | ถูกปิดระหว่างวัน |
| 5 เท่า | ราว 20% ใต้ราคาเข้า | รอดเฉียด เหลือขาดทุนบนจอ |
หาวันที่ราคาลงแรงที่สุดระหว่างวันในรอบปีที่ผ่านมา แล้วเอาเปอร์เซ็นต์นั้นมาลบจากราคาเข้าของไม้ที่คุณกำลังจะเปิด ถ้าตัวเลขที่ได้ต่ำกว่าเส้นบังคับปิด แปลว่าไม้นี้อยู่รอดได้เพราะปีนี้ยังไม่มีวันแบบนั้น ไม่ใช่เพราะคุณคุมความเสี่ยงไว้ดี
Liquidation กับ stop ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
stop คือคำสั่งหรือแผนของเทรดเดอร์ ส่วน liquidation คือกลไกของ margin engine ถ้า maintenance margin ไม่พอ ระบบจะปิดสถานะแทนคุณ ความต่างนี้สำคัญ เพราะ stop ยังเป็นการพยายามออกก่อนถึงกำแพง แต่ liquidation คือกำแพงนั้นเอง
ต้องดูสามระยะ: entry ถึง stop, entry ถึง liquidation และช่องว่างระหว่าง stop กับ liquidation ถ้าช่องว่างนี้แคบเกินไป wick ปกติของตลาดคริปโตอาจทำให้โดนปิดทั้งที่กราฟใหญ่ยังไม่เสียรูป
สำหรับผู้อ่านไทย การซื้อเหรียญผ่าน Bitkub หรือช่องทาง spot ไม่เหมือนการเปิด futures บนแพลตฟอร์มต่างประเทศ ก.ล.ต. SEC Thailand และ ธปท. BOT ทำให้ต้องคิดเรื่องผลิตภัณฑ์ ช่องทางเงิน และความเหมาะสม ไม่ใช่ดูราคาอย่างเดียว
ก่อนใช้เครื่องมือนี้ให้เทียบ funding, OI และ liquidation map ถ้าตลาดแออัดฝั่งเดียว ระยะ liquidation ที่ดูไกลอาจใกล้ขึ้นทันทีเมื่อ volatility เปิด
หลักปฏิบัติง่าย ๆ คือถ้าราคา liquidation อยู่ใน noise ปกติของวันเดียว ขนาดสถานะใหญ่เกินไปหรือเลเวอเรจสูงเกินไป การลด notional ก่อนเข้าเทรดดีกว่าการหวังว่า wick จะไม่มาโดน
ควรทดสอบกรณีแย่กว่าเดิมเสมอ: spread กว้างขึ้น fee สูงขึ้น stop ลื่น และ funding เปลี่ยนฝั่ง ถ้าแค่ปรับสมมติฐานเล็กน้อยแล้วบัญชีเสี่ยงโดนบังคับปิด แปลว่าแผนยังไม่มี buffer
ข่าวใน Brandinside, CryptoSiam หรือ Bitcoin Addict TH อาจทำให้คนมั่นใจพร้อมกัน แต่ liquidation มักเกิดเมื่อคนจำนวนมากมั่นใจฝั่งเดียวกัน ถ้า OI สูงและ funding แพง การสวนทางสั้น ๆ อาจแรงกว่าที่กราฟปกติบอก
Zipmex และ Satang Pro เป็นบทเรียนว่าความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ในกราฟ ยังมี custody, platform access, withdrawal และเงื่อนไขบัญชี เมื่อใช้ futures ต่างประเทศ ต้องรู้ด้วยว่าเงินจะเข้าออกอย่างไรหากตลาดเคลื่อนเร็ว
ถ้าคุณอธิบายไม่ได้ว่า liquidation อยู่ห่างจาก entry กี่เปอร์เซ็นต์ และ stop อยู่ก่อนมันมากพอไหม แปลว่ายังไม่ควรกดเปิดสถานะจริงด้วยเลเวอเรจสูงหรือเงินก้อนใหญ่
โหมดสถานะและสมมติฐานที่ต้องตรงกัน
ตัวเลขที่ได้ตั้งอยู่บนสัญญาที่คิดกำไรขาดทุนเป็นดอลลาร์หรือ USDT ถ้าเป็นสัญญาที่ใช้เหรียญเป็นหลักประกัน สูตรคนละตัวและใช้แทนกันไม่ได้ นอกจากนี้ยังคิดบนโหมดแยกเงินประกันรายไม้ ซึ่งเงินประกันของไม้นี้รับผิดชอบเฉพาะไม้นี้ ถ้าคุณใช้โหมดรวมทั้งบัญชี ยอดคงเหลือส่วนอื่นจะกลายเป็นกันชนให้ด้วย เส้นบังคับปิดจะไกลออกไปแต่ความเสียหายตอนโดนจะลามทั้งบัญชี อีกข้อคือค่าเริ่มต้นของกระดานส่วนใหญ่เป็นโหมดทางเดียวคือหนึ่งคู่สัญญามีได้ทิศเดียวและคิดบังคับปิดทั้งก้อน ส่วนโหมดสองทางที่ถือทั้งซื้อและขายพร้อมกันจะมีเส้นของตัวเองแยกกัน ซับซ้อนกว่านี้มาก ให้ยึดหน้าจอของกระดานเป็นหลัก
ลงทะเบียนผ่าน BN16188 รับเงินคืนสูงสุด 20%* จากค่าธรรมเนียม การให้บริการของ Binance และผลิตภัณฑ์แต่ละแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่ CoinView อาจได้รับค่าตอบแทน affiliate และหน้านี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ Binance
ของจริงจะใกล้กว่าค่าตามทฤษฎีเล็กน้อย เพราะมีค่าธรรมเนียมรวมอยู่ด้วย
ย้อนกลับไปที่ขนาดไม้
กล่องด้านบนดึงราคาปัจจุบันจาก Binance มาเติมให้ แล้วคำนวณราคาบังคับปิดโดยรวมอัตราหลักประกันขั้นต่ำกับค่าธรรมเนียมสองขาเข้าไปด้วย ตัวเลขที่ได้เป็นค่าประมาณ ของจริงยังขยับตามชั้นของหลักประกันและค่า funding ที่สะสมไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้แล้วว่าเส้นบังคับปิดอยู่ตรงไหน ให้ย้อนมาถามว่าขนาดเท่าไรถึงจะทำให้ stop ของคุณอยู่ก่อนเส้นนั้นอย่างสบาย ๆ ลำดับที่ถูกคือกำหนดจุด stop จากกราฟ กำหนดเงินที่ยอมเสีย แล้วให้ขนาดกับเลเวอเรจเป็นผลลัพธ์ที่ เครื่องคำนวณขนาดไม้ คำนวณออกมา ไม่ใช่ตั้งเลเวอเรจก่อนแล้วค่อยหาว่า stop จะยัดตรงไหนได้บ้าง วิธีหลังคือวิธีที่ทำให้เส้นบังคับปิดเข้ามาอยู่ในระยะที่ตลาดเหวี่ยงถึงได้ในวันเดียว
หมายเหตุความเสี่ยง. สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและไม่เหมาะกับทุกคน เนื้อหานี้เป็นบทวิเคราะห์เชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน
