เครื่องมือนี้ใช้ทำอะไร. ดัชนีความกลัวและความโลภที่ดูแลโดย Alternative.me บีบอารมณ์ตลาดให้เหลือคะแนนเดียวระหว่าง 0 ถึง 100 โดยถ่วงน้ำหนักจากความผันผวน 25% โมเมนตัมและปริมาณซื้อขาย 25% สัดส่วนมูลค่าของบิตคอยน์ 25% เสียงในโซเชียล 15% และคำค้นบน Google อีก 10% หน้านี้อธิบายว่าคะแนนนั้นประกอบขึ้นมาจากอะไร และทำไมมันถึงใช้เป็นสัญญาณสวนตลาดตรง ๆ ไม่ได้

ทำไมมันถึงเป็นตัวตามหลัง ไม่ใช่ตัวสวนทาง

มีบทความจำนวนมากสอนว่าต่ำกว่า 25 ให้ซื้อ เกิน 75 ให้ขาย ในโซนสุดขั้วจริง ๆ คือต่ำกว่า 15 หรือเกิน 85 กติกานั้นพอมีน้ำหนักตามสถิติ แต่ในช่วง 20 ถึง 80 ซึ่งเป็นเวลาส่วนใหญ่ของปี การเอาไปใช้สวนตลาดคือการขุดหลุมให้ตัวเอง เหตุผลอยู่ที่ส่วนประกอบทั้งห้าตัวล้วนเป็นข้อมูลตามหลังทั้งหมด ราคาขึ้นก่อนแล้วความผันผวนกับโมเมนตัมถึงเปลี่ยน คนถึงพูดถึงมันในโซเชียล คนถึงไปค้นบน Google ดัชนีนี้จึงไม่เคยรู้อะไรก่อนราคา มันแค่สรุปให้ฟังว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น

ดูจากสองจุดสุดขั้วในประวัติศาสตร์ก็เห็นชัด วันที่ 19 มิถุนายน 2022 ดัชนีลงไปที่ 6 ซึ่งเป็นระดับความกลัวสุดขีด วันนั้นบิตคอยน์อยู่ราว 18,800 ดอลลาร์ ใครที่ซื้อเพราะเห็นเลข 6 ต้องนั่งดูราคาลงต่อไปถึงราว 15,500 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนหลัง FTX ล้ม และต้องรอสิบหกเดือนกว่าราคาจะพ้นเขตสองหมื่นห้า ส่วนอีกด้าน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 ดัชนีขึ้นไปที่ 95 ราคาอยู่ราว 46,500 ดอลลาร์ ใครขายทิ้งวันนั้นต้องมองราคาขึ้นต่ออีกสองเดือนไปถึง 63,400 ดอลลาร์ สรุปเป็นกฎคร่าว ๆ คือค่าต่ำสุดขั้วมักมาก่อนก้นจริงราวสามถึงสิบสองเดือน ส่วนค่าสูงสุดขั้วมักมาก่อนยอดจริงราวหนึ่งถึงสามเดือน

ข้อจำกัดที่คนไทยควรรู้แต่แทบไม่มีใครพูดคือเสียงที่ดัชนีนี้ฟังเป็นเสียงภาษาอังกฤษ ทั้งส่วนโซเชียลและส่วนคำค้นบน Google วัดจากกระแสหลักระดับโลก อารมณ์ในกลุ่มไลน์ กลุ่มเฟซบุ๊กไทย หรือคลิปไทยที่คนดูกันทั้งประเทศ ไม่ได้ถูกนับอยู่ในนั้นเลยแม้แต่จุดเดียว ช่วงที่คนรอบตัวคุณคุยเรื่องเหรียญกันทุกวง ดัชนีอาจยังอ่านได้แค่ 55 เพราะโลกข้างนอกยังเฉย ๆ ให้ใช้มันเป็นอุณหภูมิของตลาดโลก แล้วอ่านอุณหภูมิบ้านเราจากปริมาณซื้อขายจริงบนกระดานไทยแยกอีกชั้นหนึ่ง

สามวิธีใช้ที่ยังเหลืออยู่หลังหักส่วนที่ใช้ไม่ได้

หนึ่ง ใช้เฉพาะโซนสุดขั้วและต้องอยู่นาน ไม่ใช่แตะแล้วเด้งกลับ เกิน 85 ติดกันห้าวันคือจังหวะทยอยลดฝั่งซื้อ ต่ำกว่า 15 ติดกันห้าวันคือจังหวะเริ่มแผนทยอยเข้า สอง ดูอัตราการเปลี่ยนแปลงมากกว่าตัวเลขดิบ จาก 30 ขึ้นมา 60 กับจาก 50 ขึ้นมา 60 เป็นคนละเรื่องกัน อย่างแรกคือตลาดฟื้นเร็ว อย่างหลังคือตลาดค่อย ๆ นิ่ง สาม อย่าอ่านมันตัวเดียว ดัชนีที่ 80 พร้อมกับ funding แพงและ MVRV อยู่โซนร้อน คือสัญญาณสามชั้นที่ตรงกัน ส่วนดัชนีที่ 80 โดยที่อีกสองตัวยังเฉย ๆ มักเป็นแค่ข่าวหนึ่งข่าวที่คนตื่นเต้นกันสามวัน

คะแนนสภาพตลาดสิ่งที่ควรทำ
0-19กลัวสุดขีด ก้นรอบใหญ่ทุกครั้งอยู่ในโซนนี้เริ่มแผนทยอยเข้า ไม่ใช่ซัดทีเดียว
20-39กลัว ตลาดมักออกข้างหรือค่อย ๆ ไหลลงถือของเดิม ยังไม่เพิ่มไม้ใหม่
40-59กลาง ๆ ซึ่งเป็นสภาพปกติของเวลาส่วนใหญ่ทำตามแผนเดิม ดัชนีไม่มีอะไรจะบอก
60-79โลภ อยู่กลางหรือปลายเทรนด์ขาขึ้นถือต่อได้ แต่เริ่มเขียนแผนทยอยออก
80-100โลภสุดขีด ยอดรอบใหญ่ทุกครั้งอยู่ในโซนนี้ทยอยลดฝั่งซื้อ ลดเลเวอเรจก่อน
แบบฝึกหัด

อย่าดูแค่เลขวันนี้ เปิดกราฟย้อนหลังเก้าสิบวันแล้วจดว่าค่าเมื่อสามสิบวันก่อนเท่าไร ส่วนต่างระหว่างสองตัวเลขนั้นบอกทิศของอารมณ์ตลาด ซึ่งมีประโยชน์กว่าค่าดิบของวันนี้แทบทุกครั้ง

Sentiment มีค่าที่สุดเมื่อเทียบกับข้อมูลอื่น

Greed สูงพร้อม spot bid แข็งแรงและ OI สงบอาจอยู่ได้นาน แต่ greed สูงพร้อม funding แพง liquidity บาง และ liquidation cluster ใกล้ราคาเป็นสภาพที่เปราะ Fear ลึกหลัง leverage ถูกล้างแล้วต่างจาก fear ลึกก่อน forced selling จบ

ในไทย ข่าวจาก Brandinside, CryptoSiam หรือ Bitcoin Addict TH อาจเพิ่ม attention แต่ attention ไม่ใช่ liquidity ถ้าคนพูดมากขึ้นแต่ volume จริงไม่ตาม sentiment อาจเป็น late retail มากกว่า demand ใหม่

ใช้ gauge เป็น risk dial: greed สูงให้ลด leverage หรือแบ่งทำกำไร fear สูงให้ทำ watchlist ไม่ใช่กดซื้อทันที ตัวเลขนี้ควรช่วยไม่ให้ไหลไปกับ crowd

Sentiment เป็นตัวชี้วัดที่ช้าเพราะมันอาศัยผลของราคาที่เกิดไปแล้ว ข้อดีของมันคือบอกว่าคนส่วนใหญ่เริ่มมั่นใจหรือกลัวในจังหวะไหน ถ้าทุกคนมั่นใจพร้อมกัน แม้ข่าวดีอาจไม่พอพาราคาขึ้นต่อถ้าไม่มีผู้ซื้อใหม่

ถ้า fear สูง ต้องถามว่า forced selling จบหรือยัง ถ้า OI ยังไม่ลดและ liquidation map ยังมี cluster ใกล้ราคา ความกลัวอาจยังอยู่กลางกระบวนการ ไม่ใช่ปลายทาง แต่ถ้า OI ถูกล้าง funding กลับสู่กลาง และราคาหยุดลงเมื่อข่าวร้ายออก fear จะมีความหมายต่างไป

สำหรับผู้ใช้ไทย ต้องแยกเสียงในชุมชนออกจาก liquidity จริง การแชร์ข่าวจำนวนมากในโซเชียลไม่ได้แปลว่า order book หนาขึ้น Bitkub หรือช่องทาง spot อาจมีความสนใจเพิ่ม แต่ futures risk ยังขึ้นกับ funding, OI และ stop

ทุกครั้งที่อ่าน gauge ให้จบด้วย action: ลด รอ hedge หรือไม่ทำอะไร ถ้าไม่มี action ตัวเลขนี้เป็นภาพอารมณ์ ไม่ใช่ระบบบริหารความเสี่ยง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ดัชนีนี้เสียชื่อ

ที่เจอบ่อยที่สุดคือเอาไปใช้เป็นปุ่มซื้อขายรายวัน ทั้งที่มันขยับตามราคาอยู่แล้ว การซื้อเพราะดัชนีลงจึงเท่ากับซื้อเพราะราคาลง ซึ่งไม่ได้เพิ่มข้อมูลอะไรให้การตัดสินใจเลย รองลงมาคือเปิดดูเฉพาะวันที่พอร์ตติดลบ แล้วใช้เลขความกลัวเป็นเหตุผลปลอบใจว่าคนอื่นก็กลัวเหมือนกัน อีกข้อคือลืมว่าเกือบครึ่งของน้ำหนักมาจากความผันผวนกับโมเมนตัมของบิตคอยน์เป็นหลัก ในรอบที่เงินไหลไปเหรียญรอง ดัชนีจะดูเย็นกว่าความจริงที่พอร์ตของคุณกำลังเจอ

รับส่วนลดสูงสุด 20%* ด้วยรหัส BN16188 การให้บริการของ Binance และผลิตภัณฑ์แต่ละแบบขึ้นอยู่กับพื้นที่ CoinView อาจได้รับค่าตอบแทน affiliate และหน้านี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ Binance

0 25 50 75 100
กำลังโหลด…
· แหล่งข้อมูล alternative.me · เรียลไทม์
กลัวสุดขีด
0-19
กลัว
20-39
กลาง ๆ
40-59
โลภ
60-79
โลภสุดขีด
80-100
📈 ทิศทาง 90 วันล่าสุด · เรียลไทม์
100 75 50 25

คำอ่านของสัปดาห์นี้: กำลังโหลดข้อมูลเรียลไทม์…

เปลี่ยนคะแนนอารมณ์ให้เป็นตัวเลขในพอร์ต

มาตรวัดด้านบนดึงค่าดัชนีสดจาก alternative.me พร้อมเส้นย้อนหลัง 90 วันมาให้แล้ว แต่ตัวเลขบนหน้าปัดจะไม่มีความหมายจนกว่ามันจะไปเปลี่ยนอะไรสักอย่างในพอร์ตของคุณ วิธีที่ตรงที่สุดคือผูกเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อไม้ไว้กับโซน โซนโลภสุดขีดใช้ครึ่งหนึ่งของปกติ โซนกลางใช้ค่าปกติ โซนกลัวสุดขีดค่อยกลับมาที่ค่าปกติพร้อมยืดระยะเวลาทยอยเข้าออกไป เขียนกติกานี้ไว้ล่วงหน้าตอนที่ยังไม่มีอารมณ์ร่วม เพราะวันที่ดัชนีแตะ 90 คือวันที่คุณจะหาเหตุผลให้ตัวเองเพิ่มไม้ได้เก่งที่สุด เมื่อได้เปอร์เซ็นต์แล้วให้ไปแปลงเป็นมูลค่าสถานะจริงที่ เครื่องคำนวณขนาดไม้

หมายเหตุความเสี่ยง. สินทรัพย์คริปโตมีความผันผวนสูงและไม่เหมาะกับทุกคน เนื้อหานี้เป็นบทวิเคราะห์เชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน